เรื่องตลกทะลึ่ง เรื่องที่ 72

กูล้างเองก็ได้

ไอ้หนุ่มคนหนึ่งใฝ่ฝันมานานแล้วว่า

อยากได้มอไซค์ฮาเลย์ซักคัน

จนกระทั่งวันหนึ่งเขาเก็บเงินได้มากพอจนสามารถซื้อฮาเลย์ได้

แต่ก่อนที่จะออกจากโชว์รูม คนขายเตือนเขาว่า

ให้ระวังชิ้นส่วนที่ชุบโครเมียมจะหมองถ้าโดนฝน

ไอ้หนุ่มมอไซค์เห็นจริงดังนั้น

เลยถามคนขายว่าควรทำอย่างไรดี

แล้วก็ได้คำตอบว่า ให้พกวาสลีนติดตัวไว้เสมอ

เวลาฝนจะตกก็เอาวาสลีนไปละเลงตรงที่ชุบโครเมียม

ด้วยความรักที่มีต่อมอไซค์ราคาแพง

ไอ้หนุ่มคนนั้นจึงพกวาสลีนติดตัวตามที่ได้รับคำแนะนำมา

ต่อมาไม่นานไอ้หนุ่มมอไซค์ก็พบรักกับสตรีนางหนึ่ง

ถึงขนาดพาซ้อนฮาเลย์ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลา

ความรักของทั้งสองคนเบ่งบานขึ้นจนสาวเจ้าออกปากเชิญไป

กินข้าวเย็นที่บ้านกับครอบครัวของเธอ ไอ้หนุ่มฮาเลย์ตกลงทันที

แต่เธอบอกว่าที่บ้านเธอมีธรรมเนียมแปลกอยู่อย่างหนึ่ง

นั่นคือหลังอาหารเย็นสิ้นสุดลง ใครพูดออกมาเป็นคนแรกต้องล้างจานทั้งหมด

ไอ้หนุ่มรู้สึกแปลกใจแต่คิดว่าคงน่าสนุกดี ดังนั้นหลังอาหารเย็น

ทุกคนซึ่งประกอบด้วย พ่อแม่ของฝ่ายหญิงและคู่รักหนุ่มสาวจึงพากันรูดซิปปากกันถ้วนหน้า

กาลผ่านไปเป็นชั่วโมงจนไอ้หนุ่มรู้สึกอึดอัด แต่แล้วเขาก็คิดอุบายออกมาได้อย่างหนึ่ง

เขาหันมากอดจูบแฟนสาวต่อหน้าพ่อแม่ของเธอ

แต่ผิดคาด ไม่มีใครพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว

ไอ้หนุ่มมอไซค์ไม่ยอมจำนนง่ายๆ

เขาจับสาวเจ้าให้ขึ้นไปนอนบนโต๊ะอาหารแล้วจัดการxxxทันที

ไม่มีใครเอ่ยปากแม้แต่คำเดียว!!!

ไอ้หนุ่มรู้สึกประหลาดใจมาก แต่ยังไม่ยอมแพ้

คราวนี้ลงมือxxxกับแม่ของฝ่ายหญิงอย่างดุเดือด แต่แล้วก็เหมือนเดิม

ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลย คราวนี้ไอ้หนุ่มฮาเลย์รู้แล้วว่า

คงไม่มีทางเอาชนะเกมนี้ได้ง่ายๆ ยิ่งไปกว่านั้นเขาได้ยินเสียงฟ้าร้องครืนมาแต่ไกล

ฝนกำลังจะตกแน่ๆ สิ่งแรกที่เขาคิดคือต้องเอาวาสลีนไปทารถมอไซค์ซะก่อนที่จะเปียกฝน

คิดแล้วเขาก็ล้วงเอากระปุกวาสลีนออกมา

“เอาหล่ะ” เสียงหนึ่งทำลายความเงียบขึ้น เป็นของพ่อของแฟนสาวนั่นเอง

“ถ้ามึงจะเอาขนาดนี้เลยล่ะก็ กูล้างจานเองก็ได้…”